
พระรักเกียรติชี้การเมืองอุปถัมภ์ลุ่มหลงกิเลส เสี่ยงต่อทุกข์
พระรักเกียรติ สุขธนะ หรือฉายารักขิตะ ธัมโม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
พระรักเกียรติ สุขธนะ หรือฉายารักขิตะ ธัมโม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาออกรายการเจาะใจ ตอนเจาะใจอดีต รมต.ติดคุก คดีทุจริตสินบนยา 5 ล้านบาท โดยมีนายสัญญา คุณากร และนายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ เป็นพิธีกร โดยจะออกอากาศในวันที่ 14 มกราคมนี้
พระรักเกีรยติ ระบุบางตอนว่า หลังได้รับการพักโทษหรือปล่อยตัวก่อนกำหนด 2 ปี 6 เดือน ก็ได้บวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา จำพรรษาอยู่ที่วัดสิรินธราวาส อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี และหากไม่มีปัญหาที่จะต้องลาสิกขาบทก็อยากบวชตลอดชีวิต และไม่คิดหวนกลับมาสู่เส้นทางการเมืองอีกต่อไป ตนเองเล่นการเมืองเป็นสมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) มาตั้งแต่อายุ 26 ปี และเป็นส.ส.สมัยแรกในปี 2526 ต้องยอมรับว่าระบบการเมืองไทยตั้งแต่ปี 2526-2544 เป็นการเมืองระบบเก่าก่อนปฏิรูป นักการเมืองอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมป์ของหัวหน้าพรรคหรือหัวหน้าทีม ต้องอยู่ในมุ้งหรือก๊วน นักการเมืองอาวุโสดูแลกิจกรรมทางการเมือง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง โดยปัจจัยที่นำมาสนับสนุนกิจกรรมทางการเมืองมาจากกลุ่มผู้สนับสนุนการเงิน แก่นักการเมือง หน้าที่ของผู้รับการสนับสนุน คือทำตามมติพรรค จะมีการประชุมตกลงเป็นมติพรรคก่อนโหวตในสภาฯ
พระรักเกียรติ กล่าวด้วยว่า การเมืองมีกลุ่มทุนสนับสนุน กลุ่มทุนมากพรรคยิ่งเติบโต มีจำนวนส.ส.รัฐมนตรีและกลุ่มทุนเข้ามาสนับสนุนมากขึ้นด้วย หรือเป็นวงจรอุบาทว์ ต่อมาจึงมีการปฏิรูปการเมืองในปี 2540 จัดตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาตรวจสอบนักการเมืองและมีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมือง ที่ผ่านมาคนที่ขึ้นศาลนี้ยังไม่มีใครชนะ ไม่ว่าจะเป็นนายวัฒนา อัศวเหม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือนายวราเทพ รัตนากร ซึ่งต้องโทษจำคุก 2 ปีจากคดีหวยบนดิน แต่ศาลให้รอการลงอาญา ระหว่างที่ต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำ ก็ได้ทบทวนความผิดในอดีตของตนเองพบว่า เมื่อมีตำแหน่งการเมืองสูงขึ้น ได้ใช้ชีวิตประมาทขาดศีลธรรม เพราะลุ่มหลงอยู่ในลาภ ยศ สรรเสริญ ผิดศีล ทั้งดื่มสุรา นารี และการพนัน ตอนเป็นรัฐมนตรีไปทำบุญเป็นชาวพุทธ แต่ไม่เคยรู้ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร ไม่รู้จัก คำว่า ทาน ศีล ภาวนา เมื่อถูกกิเลสเข้าครอบงำ ทำบุญแทนที่จะได้บุญก็ได้บาป พอบุญหมด กรรมตามทันจึงต้องตกนรกบนดิน คดีนี้เป็นคดีแรกจึงถูกลงโทษเต็มที่ 15 ปี แตกต่างจากคดีหวยบนดินซึ่งลงโทษเพียง 2 ปี ระหว่างติดคุกอาตมาก็ทำใจอยู่เป็นปี แต่เห็นว่านักโทษหลายคดีโดนหนักกว่าเรา เช่น พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อายุ 72 ปีแล้ว สุขภาพไม่ดี แต่ยังมีความหวังจะได้กลับบ้าน แต่กลายเป็นต้องมาเก็บของจากเรือนคลองเปรมเพื่อไปรอรับโทษประหารที่เรือนจำ กลางบางขวาง ของเราจึงดีกว่าเขา ถ้าทำดี มีโอกาสกลับบ้านก่อน 15 ปี
ทั้งนี้หลังจากติดคุกชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร พระรักเกียรติ กล่าวว่า ทำให้ได้คิดว่าทำผิดแล้วต้องแก้ไข เพราะคนส่วนใหญ่คิดแต่แก้ตัวว่าไม่ได้รับความยุติธรรมและไม่ยอมรับโทษ ส่วนตัวทำใจยอมรับและพยายามแก้ไข ไม่ขอกลับไปสู่ส้นทางการเมืองทั้งที่ยังมีอายุเพียง 56 ปี เนื่องจากเส้นทางเก่าถ้าย้อนกลับไปจะพบกับความทุกข์อีก ชีวิตหลังจากนี้ขอแก้ไขด้วยการทำสิ่งใหม่ คือศึกษา ปฏิบัติและเผยแพร่ธรรมของพระพุทธเจ้า แต่ถ้าสึกออกมาก็จะขอทำงานเลี้ยงครอบครัวในอาชีพที่ปรึกษากฎหมาย เนื่องจากก่อนหน้าที่จะเล่นการเมืองเคยเป็นทนายความ ทุกวันนี้ไปเทศนาให้ชาวบ้าน นักเรียนและนักโทษในเรือนจำฟัง อยากยกชีวิตที่มีหลายรสชาติมาสอนผู้คน และเยาวชนกลุ่มเสี่ยงให้รู้ว่าไม่มีใครหนีกรรมได้ แม้แต่คนเป็นรัฐมนตรีก็เสื่อมยศ เสื่อมวาสนาได้ ถ้าวันนั้นรู้ธรรมจะไม่ทำผิด จะไม่ใช้ชีวิตประมาทและไม่ยอมให้กิเลสครอบงำ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำผิด
ทั้งนี้อยากฝากถึงนักการเมืองที่ถูกตัดสินโทษแล้วหลบหนีคดีอย่างไร พระรักเกยรติ กล่าวว่า หากมารับโทษก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เพราะวันนั้นไม่หนีจึงมีวันนี้ เมื่อยอมรับโทษจึงมีวันพ้นโทษ การหนีอาจเป็นเหมือนนายราเกซ สักเสนา ซึ่งถูกจับกลับมารับโทษแม้จะหนีไปอยู่นอกประเทศก็ไม่มีความสุข ที่ผ่านมาตนเองไม่เคยคิดเลยว่าศาลไม่ยุติธรรมหรือมีสองมาตรฐาน ศาลตัดสินไปตามตัวบทกฎหมายที่พรรคการเมืองและนักการเมืองเป็นผู้อนุมัติ จะไปกล่าวหาว่าไม่ยุติธรรมก็ไม่ได้ ตนเองไม่เคยมีความคิดแทรกแซงศาล เมื่อสู้คดีเต็มที่ แพ้ก็ต้องยอมรับผิด ในศาลฎีกามีแต่ผู้พิพากษา ระดับผู้ใหญ่ มีคุณสมบัติเป็นประธานศาลฎีกาได้ทุกคน และองค์คณะที่ตัดสินคดีอาตมา ต่อมาก็เป็นประธานศาลฎีกาหลายคน
9 มค. 2553 15:49 น.
จาก เนชั่นทันข่าว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น